เดินบัญชีอย่างไรให้ฝ่ายสินเชื่อรัก? เทคนิคปั้น Statement ให้กู้ผ่านฉลุย
- Korn Tripple Loan
- 9 ก.พ.
- ยาว 1 นาที

หลายคนอาจคิดว่า "มีรายได้เยอะก็พอแล้วมั้ง" แต่ในความเป็นจริง การเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ที่ดีมีผลอย่างมากต่อการพิจารณาของฝ่ายสินเชื่อ บางครั้งแม้ธุรกิจจะมีรายได้ดี แต่หากการเดินบัญชีไม่แสดงศักยภาพทางการเงินอย่างชัดเจน ก็อาจทำให้โอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อลดลงได้
มาเรียนรู้เทคนิคการ "ปั้น Statement" ที่ถูกต้องและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับฝ่ายสินเชื่อกันครับ
1. "เข้าก่อนออก" และทำให้สม่ำเสมอ
ปัญหาคลาสสิก: ผู้ประกอบการบางรายมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ แต่เลือกที่จะเก็บเงินสดไว้ หรือนำเข้าบัญชีส่วนตัว ทำให้ยอดเงินที่แสดงในบัญชีธุรกิจไม่สะท้อนรายได้ที่แท้จริง
เทคนิคที่ถูกต้อง: นำรายได้จากการขายทั้งหมดเข้าบัญชีธนาคารของธุรกิจให้เร็วที่สุดและสม่ำเสมอที่สุด ไม่ว่าจะเป็นยอดเล็กหรือยอดใหญ่ ควรผ่านบัญชีธุรกิจให้หมด เพื่อให้ฝ่ายสินเชื่อเห็นภาพรวมของยอดขายและกระแสเงินสดที่หมุนเวียนเข้ามา
ความสม่ำเสมอสำคัญไฉน: การมีรายการเดินบัญชีที่สม่ำเสมอ ทั้งจำนวนครั้งและจำนวนเงิน จะแสดงให้เห็นว่าธุรกิจของคุณมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและมีรายได้ที่มั่นคง
2. อย่าถอนเงินสดเข้า-ออกทันที
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: การนำเงินเข้าบัญชีแล้วถอนออกเกือบทั้งหมดทันที หรือการที่ยอดเงินในบัญชีมักจะเหลือติดบัญชีน้อยมากจนเกินไป
เหตุผล: ฝ่ายสินเชื่อจะมองว่าธุรกิจของคุณอาจขาดสภาพคล่อง หรือเงินที่เข้ามาเป็นเพียง "เงินผ่าน" ไม่ได้ถูกใช้หมุนเวียนในกิจการจริง ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง
เทคนิคที่ดี: พยายามรักษายอดเงินคงเหลือในบัญชี (Average Balance) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและสอดคล้องกับขนาดของธุรกิจ เพื่อแสดงให้เห็นว่าธุรกิจมีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอ
3. แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีธุรกิจออกจากกัน
ความสำคัญ: นี่คือหลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุด! การใช้บัญชีเดียวกันจะทำให้ฝ่ายสินเชื่อไม่สามารถแยกแยะได้ว่ารายการไหนเป็นของธุรกิจ รายการไหนเป็นของส่วนตัว
ผลเสีย: ทำให้การวิเคราะห์สุขภาพทางการเงินของธุรกิจเป็นไปได้ยากและอาจดูไม่น่าเชื่อถือ
ทางออก: เปิดบัญชีแยกกันให้ชัดเจน และใช้บัญชีธุรกิจสำหรับธุรกรรมของธุรกิจเท่านั้น เพื่อให้ Statement สะท้อนผลประกอบการของธุรกิจอย่างแท้จริง
4. ชำระหนี้ตรงเวลา (ถ้ามี)
หากธุรกิจของคุณมีภาระหนี้สินอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรเครดิต การชำระหนี้ตรงเวลาจะช่วยสร้างประวัติทางการเงินที่ดี (เครดิตบูโร) ซึ่งส่งผลบวกต่อการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจด้วยเช่นกัน
5. เก็บหลักฐานการเดินบัญชีให้เป็นระเบียบ
แม้ Statement จะเป็นหลักฐานสำคัญ แต่การจัดเก็บเอกสารอื่นๆ เช่น บิลซื้อ-ขาย, ใบเสร็จ, สัญญาคู่ค้า ควบคู่กันไป ก็จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและเป็นประโยชน์หากฝ่ายสินเชื่อต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
สรุป: การเดินบัญชีที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของ "ตัวเลข" แต่คือการ "เล่าเรื่อง" สุขภาพทางการเงินของธุรกิจคุณให้ฝ่ายสินเชื่อฟัง การนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ จะช่วยให้ Statement ของคุณดู "แข็งแรง" และน่าเชื่อถือในสายตาของฝ่ายสินเชื่อ ทำให้โอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อธุรกิจของคุณเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนครับ


ความคิดเห็น